เป็ดเลี้ยงง่าย รายได้ดี

เป็ดเลี้ยงง่าย รายได้ดี

  สาระน่ารู้  - วิธีเลี้ยง(สัตว์ปีก)

  • 05 Aug, 2020
  •  adminmoo
  •  143

เป็ดเลี้ยงง่าย รายได้ดี

               เป็ดที่เลี้ยงเป็นการค้าในปัจจุบันทั้งเป็ดเนื้อและเป็ดไข่พันธุ์ต่าง ๆ มีหลักฐานยืนยันว่าได้รับการปรับปรุงพันธุ์มาจากเป็ดมอลลาร์ด (Mallard ; Anas platyrhyncho) ทั้งสิ้น เช่น พันธุ์กากีแคมเบลล์ (Khaki Campbell) พันธุ์ รูแอง (Rouen) พันธุ์แบล็คอีสอินเดีย (Black East India) พันธุ์คายูกา (Cayuga) ยกเว้นเป็ดเทศ (Muscovy ; Cairina moschata) เท่านั้น
 
 
 
ลักษณะการเลี้ยงเป็ดเนื้อในประเทศไทย แบ่งออกตามวัตถุประสงค์ของการเลี้ยงได้ดังนี้
 
        1. เลี้ยงเพื่อบริโภคในครัวเรือน ส่วนใหญ่จะเลี้ยงเป็นงานอดิเรก จะไม่ค่อยค้านึงถึงผลกำไร เช่น การเลี้ยงเป็ดไข่ตัวผู้ เป็ดเทศ และเป็ดปั๊วฉ่าย อาหารที่ใช้เลี้ยงเป็ดจะเป็นวัตถุดิบในท้องถิ่นเป็นส่วนใหญ่ เช่น ข้าวเปลือก ร้าข้าว หรือเศษอาหารจากครัวเรือน
 
        2. การเลี้ยงเชิงธุรกิจหรือเลี้ยงเพื่อการค้า การเลี้ยงในลักษณะนี้ ผู้เลี้ยงจะต้องเลี้ยงเป็ดในปริมาณมาก มีตลาดรองรับที่แน่นอนและสม่ำเสมอ การลงทุนในด้านต่าง ๆ สูง เช่น ค่าพันธุ์เป็ด ค่าอาหาร ค่าโรงเรือนและอุปกรณ์การเลี้ยง การเลี้ยงเชิงธุรกิจสามารถแบ่งออกตามรูปแบบการเลี้ยงได้ดังนี้
 
 
            2.1 การเลี้ยงแบบไล่ทุ่ง โดยการไล่ฝูงเป็ดไปตามแหล่งที่มีอาหาร ซึ่งอาจจะเป็นทุ่งนาที่เพิ่งเก็บเกี่ยวเสร็จซึ่งจะมีข้าวหกหล่นอยู่ หรือตามแหล่งน้ำธรรมชาติ หนอง บึงต่าง ๆ ที่มีสัตว์นำ้จ้าพวกปลา ปู กุ้ง และหอยอยู่มาก แต่ผู้เลี้ยงจะต้องให้อาหารเสริมในตอนเช้าหรือตอนเย็นวันละมื้อ และก่อนที่จะน้ามาเลี้ยงปล่อยทุ่ง จะต้องกกลูกเป็ดให้แข็งแรงเสียก่อนประมาณ 1-2 สัปดาห์ แล้วจึงปล่อยให้ลูกเป็ดหาหารกินเอง และเมื่อถึงระยะส่งตลาดอาจจะนำมาขุนด้วยปลายข้าวหรืออาหารข้นประมาณ 1-2 สัปดาห์ก่อนส่งไปช้าแหละ ปัจจุบันการเลี้ยงเป็ดเนื้อแบบไล่ทุ่งนี้ได้ได้ลดจำนวนลง เนื่องจากมีปัญหาราคาเป็ดเนื้อตกต่ำ คุณภาพซากสู้เป็ดที่เลี้ยงในโรงเรือนไม่ได้ โรคระบาดมากและปัญหาจากการใช้ยาฆ่าแมลงในฤดูท้าข้าวนาปรัง
 
 
            2.2 การเลี้ยงแบบปล่อยลาน โดยการเลี้ยงเป็ดในโรงเรือนและมีลานดินหรือแหล่งน้ำ
ใกล้กับโรงเรือน เป็ดจะถูกปล่อยออกมากินอาหารและน้ำภายนอกโรงเรือน การเลี้ยงแบบนี้ขนเป็ดจะ
สะอาดเป็นมัน แต่เป็ดจะสูญเสียพลังงานในการท้ากิจกรรมในแต่ละวันมาก ส่งผลให้ประสิทธิภาพการใช้
อาหารไม่ดีเท่ากับการเลี้ยงเป็นในโรงเรือน
 
 
            2.3 การเลี้ยงเป็ดภายในโรงเรือน การเลี้ยงเป็ดโดยให้เป็ดอยู่ในโรงเรือนตลอดเวลาปัจจุบันได้พัฒนาการเลี้ยงเป็ดโดยเลี้ยงในโรงเรือนระบบ Evaporative cooling system และมีการจัดการเลี้ยงดูอย่างใกล้ชิดลักษณะเดียวกันกับการเลี้ยงไก่กระทง การให้อาหารจะให้โดยใช้รางอาหารกึ่งอัตโนมัติวางไว้บริเวณกลางของโรงเรือน อุปกรณ์ให้น้ำจะวางไว้ด้านข้างของโรงเรือนทั้งสองข้าง ภายใต้อุปกรณ์ให้น้ำจะเป็นทางระบายน้้าออกนอกโรงเรือน ด้านบนปูทับด้วยสแลทเพื่อป้องกันไม่ให้พื้นเปียกชื้น ปัจจุบันการเลี้ยงเป็ดเป็นการค้าของฟาร์มขนาดใหญ่จะใช้วิธีการเลี้ยงในโรงเรือน ซึ่งโรงเรือนที่ใช้เลี้ยงเป็ดนี้จะมีลักษณะแตกต่างกัน ดังนี้
                 2.3.1 การเลี้ยงเป็ดบนพื้นสแลท มีข้อดีดังนี้
                     - สามารถเลี้ยงเป็ดได้มากขึ้นในพื้นที่โรงเรือนเท่ากัน อัตราการเลี้ยงเป็ดหลังจากระยะกก ดังนี้
                     - เลี้ยงแบบคละเพศ 10 ตัว/ตารางเมตร
                     - เลี้ยงเฉพาะตัวเมีย 12 ตัว/ตารางเมตร
                     - เลี้ยงเฉพาะตัวผู้ 8 ตัว/ตารางเมตร
                     - เพิ่มสมรรถภาพการผลิตและได้ก้าไรมากขึ้น เนื่องจากมีการใช้พื้นที่โรงเรือนอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
                     - การงอกของขนเร็วขึ้นและขนงอกสม่้าเสมอกัน
                     - ประสิทธิภาพการใช้อาหารดีขึ้น
                     - เป็ดมีล้าตัวและขนสะอาดขึ้น
                     - ไม่มีปัญหาเกี่ยวกับวัสดุรองพื้น ซึ่งปัจจุบันมีราคาค่อนข้างสูง
                 2.3.2 การเลี้ยงเป็ดบนพื้นกึ่งสแลท บริเวณพื้นที่ปูทับด้วยวัสดุรองพื้นอาจใช้
แกลบหรือขี้กบก็ได้ แต่บริเวณที่วางอุปกรณ์ให้น้ำจะเป็นพื้นสแลทเพื่อลดการเปียกชื้นของวัสดุรองพื้นและมีการระบายน้ำออกจากโรงเรือนได้ง่ายขึ้น พื้นที่เป็นสแลทควรมีพื้นที่ประมาณ 10-30% ของพื้นที่โรงเรือน อัตราการเลี้ยงเป็ดหลังจากระยะกกเป็นดังนี้
                     - เลี้ยงแบบคละเพศ 7 ตัว/ตารางเมตร
                     - เลี้ยงเฉพาะตัวเมีย 9 ตัว/ตารางเมตร
                     - เลี้ยงเฉพาะตัวผู้ 5 ตัว/ตารางเมตร
            การจัดการวัสดุรองพื้นจ้าเป็นจะต้องเสริมด้วยวัสดุรองพื้นใหม่ทุกวัน เพื่อช่วยซับน้ำไม่ให้วัสดุรองพื้นเปียกแฉะ โดยเฉพาะเป็ดอายุ 6 สัปดาห์ขึ้นไป ควรเสริมวัสดุรองพื้นใหม่วันละ 2 ครั้ง เช้า เย็น เพราะถ้าหากปล่อยให้วัสดุรองพื้นเปียกแฉะจะทำให้หน้าอกเป็ดเป็นถุงน้ำใต้ผิวหนังและขน
บริเวณหน้าอกไม่งอก ท้าให้คุณภาพซากไม่ดีและราคาตกได้
 
       
การดูแลลูกเป็ดระยะกก (0-7 วัน)
        การจัดการลูกเป็ดระยะกกก็เหมือนกับการจัดการลูกไก่ คือ มีอุปกรณ์ให้น้้า ให้อาหาร แผงกั้นกก และเครื่องกก ควรติดตั้งแผงกั้นกกให้มี ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 4 เมตร ซึ่งสามารถกกลูกเป็ดได้ 500 ตัว หรือใช้พื้นที่ในการกกประมาณ 40 ตัว/ตารางเมตร การกกลูกเป็ดจะเริ่มขยายวงล้อมกกออกมาเรื่อย ๆ ตั้งแต่อายุ 2 วันตามการเจริญเติบโตของลูกเป็ด และจะปล่อยกกให้ลูกเป็ดกระจายเต็มพื้นที่เมื่ออายุประมาณ 7 วัน ข้อควรระวัง เนื่องจากลูกเป็ดเนื้อจะมีอัตราเจริญเติบโตเร็วมากและตื่นตกใจง่าย เมื่อตกใจก็จะวิ่งไปสุมรวมกันและอาจจะทับกันตายได้ นอกจากนี้การวิ่งอาจจะท้าให้ลูกเป็ดสะดุดและขาอาจจะบาดเจ็บจนเดินไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 2 สัปดาห์แรก
 
 
การดูแลเป็ดระยะรุ่น-ใหญ่ (7 วันจนจับขาย)
        เมื่อลูกเป็ดโตขึ้นก็ไม่จ้าเป็นจะต้องกกอีกต่อไป อัตราการเลี้ยงต่อพื้นที่โรงเรือนของเป็ดในระยะนี้จะขึ้นอยู่กับชนิดของพื้นโรงเรือน ภายในโรงเรือนควรจะใช้ตาข่ายกั้นแบ่งเป็นห้อง ๆ โดยแต่ละห้องควรเลี้ยงไม่เกิน 500 ตัว เพื่อลดความหนาแน่นของเป็ดการให้น้ำอุปกรณ์ให้น้ำควรจะย้ายออกไปอยู่ด้านข้างของโรงเรือนในบริเวณที่จัดเตรียมไว้ส้าหรับเป็นที่ให้น้ำซึ่งจะท้าเป็นพื้นสแลท เพื่อให้น้ำที่หกจากการดื่มน้ำของเป็ดตกลงด้านล่างแล้วไหลออกไปนอกโรงเรือน หรืออาจจะวางอุปกรณ์ให้น้ำไว้บริเวณด้านนอกโรงเรือนในบริเวณที่ท้าเป็นลานให้เป็ดวิ่ง การให้น้ำจะต้องมีน้ำให้เป็ดได้ดื่มตลอดเวลา ถ้าหากเกิดเหตุการณ์ขาดน้ำหรือไม่มีน้ำให้เป็ดกินก็ควรจะเอาอาหารออกด้วยเพื่อป้องกันอาการจุกอาหาร
 
 

การให้อาหาร

        ปัจจุบันเป็ดเนื้อได้รับการปรับปรุงพันธุ์ให้มีอัตราการเจริญเติบโตเร็วและมีประสิทธิภาพการใช้อาหารดีขึ้น การจัดการด้านอาหารที่ดีจะท้าให้เป็ดเจริญเติบโตดีตามมาตรฐานของสายพันธุ์อุปกรณ์ให้อาหารส้าหรับเป็ดจะแตกต่างจากไก่ โดยเป็ดเล็ก (1-7 วัน) อาจจะใช้ถาดอาหารหรือรางอาหารส้าหรับลูกไก่โดยให้มีพื้นที่การกินอาหารประมาณ 1 นิ้ว/ตัว เมื่อเป็ดโตขึ้นก็เปลี่ยนมาให้อุปกรณ์ให้อาหารแบบรางที่ท้าด้วยไม้หรือสังกะสีและหลังจาก 7 วันไปแล้วก็ค่อย ๆ เคลื่อนย้ายอุปกรณ์ให้อาหารไปไว้ส่วนกลางของโรงเรือน หรืออาจจะวางไว้ด้านข้างฝั่งตรงข้ามกับอุปกรณ์ให้น้ำก็ได้อาหารส้าหรับเป็ดเนื้อเนื่องจากเป็ดเนื้อมีอัตราการเจริญเติบโตเร็ว ดังนั้น อาหารส้าหรับเป็ดเนื้อจึงควรเป็นอาหารอัดเม็ดจะช่วยให้เป็ดกินอาหารได้มากขึ้นและลดการตกหล่นของอาหาร นอกจากนี้ การให้อาหารอัดเม็ดสำหรับเป็ดเนื้อมีข้อดีอีกหลายประการ ได้แก่
             - ประหยัดอาหารได้ประมาณ 15-20% เมื่อเทียบกับอาหารผง เนื่องจากมีการสูญเสียอาหารจากการตกหล่นน้อยลงและอาหารที่ตกหล่นนั้นเป็ดสามารถเก็บกินได้ง่ายกว่า
             - เป็ดกินอาหารได้มากขึ้นส่งผลให้เป็ดมีอัตราการเจริญเติบโตเร็วขึ้นประมาณ 20-30% เมื่อเทียบกับการให้อาหารแบบป่น
             - สะดวกในการจัดการ โดยเฉพาะส้าหรับฟาร์มขนาดใหญ่
             - ช่วยให้รางน้ำสะอาดขึ้น เนื่องจากเป็ดสามารถกินและกลืนอาหารได้ง่ายกว่าอาหารป่น
          ขนาดของอาหารอัดเม็ดจะต้องสัมพันธ์กับขนาดและอายุของเป็ดที่เลี้ยง คือ ลูกเป็ดในระยะเป็ดเล็กควรใช้อาหารอัดเม็ดขนาดเล็กเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2-3 มิลลิเมตร หรืออาหารเม็ดบี้แตก เมื่อเป็ดโตขึ้นก็ให้อาหารอัดเม็ดขนาดใหญ่ขึ้น คือ มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3-4 มิลลิเมตร
 
 
 
การเลี้ยงเป็ดไข่
        1. การดูแลเป็ดในระยะกก (1 วัน - 2 สัปดาห์)
        1.1 การให้น้ำ ลูกเป็ดต้องการน้ำมากกว่าลูกไก่มาก ดังนั้นจะต้องมีน้ำให้เป็ดกินตลอดเวลาและต้องเป็นน้ำที่สะอาด ไม่มีแร่ธาตุที่เป็นพิษเจือปน โดยเฉพาะอย่างยิ่งห้ามใช้น้ำเค็มหรือน้ำที่มีคลอรีนเข้มข้นสูงเป็นอันขาดเพราะอาจจะท้าให้ลูกเป็ดตายได้
         1.2 การให้อาหาร ลูกเป็ดในระยะกกควรให้อาหารที่มีโปรตีนประมาณ 20% เนื่องจากลูกเป็ดก้าลังอยู่ในระยะเจริญเติบโตทางด้านร่างกาย ถ้าหากได้รับอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการไม่เพียงพอจะท้าให้เกิดปัญหาลูกเป็ดเจริญเติบโตไม่ดีเท่าที่ควร แคระแกร็น อ่อนแอ การให้อาหารควรให้ทีละน้อยแต่ให้บ่อย ๆ โดยประมาณ 3-4 ครั้ง/วัน อุปกรณ์ให้อาหารลูกเป็ดอาจใช้ถาดอาหารแบบเดียวกับที่ให้ลูกไก่ หรือใช้รางอาหาร และต้องหมั่นท้าความสะอาดอุปกรณ์ให้น้ำและอาหารอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง
         1.3 วัสดุรองพื้น หมั่นตรวจสอบวัสดุรองพื้น ระวังอย่าให้ชื้นแฉะหรือจับตัวกันเป็นแผ่นแข็ง หรือถ้ามีกลิ่นแอมโมเนียจะต้องรีบแก้ไขทันที โดยอาจจะเปลี่ยนวัสดุรองพื้นใหม่หรือน้าวัสดุรองพื้นใหม่เติมเข้าไป
        1.4 แสงสว่าง หลังจาก 48 ชั่วโมงไปแล้วควรให้แสงสว่าง 23 ชั่วโมง/วัน และค่อย ๆ ลดอุณหภูมิเครื่องกกลงจนกกว่าจะเลิกกกเมื่ออายุประมาณ 2-3 สัปดาห์
        1.5 ตรวจสอบสุขภาพ หมั่นตรวจสอบสุขภาพทั่ว ๆ ไปว่ามีผิดปกติหรือมีอัตราการสูงกว่ามาตรฐานหรือไม่ ถ้าพบว่าอัตราการตายในช่วงสัปดาห์แรกตายมากกว่า 1% สัปดาห์ที่สองมีอัตราการตายมากกว่า 0.5% และอัตราการตายในสัปดาห์ที่สามมาก
กว่า 0.5% ก็ควรรีบแจ้งสัตวแพทย์เพื่อท้าการตรวจและรักษาต่อไป
        1.6 การขายวงล้อมกก ค่อย ๆ ขยายวงล้อมกกออกทุก ๆ 2 วัน ตามการเจริญเติบโต เพื่อให้ลูกเป็ดได้อยู่อย่างสบาย ไม่แออัดจนเกินไป ซึ่งอาจจะท้าให้ลูกเป็ดสุมทับกันได้
        1.7 การกกลูกเป็ด ถ้าอากาศร้อนจะใช้เวลาในการกกประมาณ 8-10 วันก็พอ แต่ถ้าอากาศเย็นอาจจะกกจนถึงอายุประมาณ 2 สัปดาห์
        
2. การดูแลเป็ดหลังกก (2-7 สัปดาห์)
        เมื่อลูกเป็ดโตขึ้นก็เอาแผงกั้นกกออกจนเป็ดกระจายจนทั่วพื้นที่โรงเรือน ระยะนี้ควรใช้พื้นที่ประมาณ 5-6 ตัว/ตารางเมตร หรือ 60 ตารางเซนติเมตร/ตัว การเลี้ยงเป็ดในระยะนี้ยังคงให้อาหารลูกเป็ดระยะกกอยู่และต้องเพิ่มพื้นที่การให้น้ำและอาหาร หรือเพิ่มจำนวนอุปกรณ์ให้น้ำและอาหารให้มากขึ้น เมื่ออายุได้ประมาณ 7 สัปดาห์จึงย้ายไปยังโรงเรือนเลี้ยงเป็ดรุ่น
        
3. การดูแลเป็ดรุ่น (7-18 สัปดาห์)
        การเลี้ยงเป็ดในระยะเป็ดรุ่นนี้จะมีความสำคัญมาก จ้าเป็นจะต้องมีการดูแลและการจัดการเป็นพิเศษเช่นเดียวกับไก่ไข่ระยะไก่รุ่น เนื่องจากการเลี้ยงในระยะนี้จะมีผลต่อประสิทธิภาพการให้ไข่ในระยะไข่โดยตรง เป็ดในระยะนี้ควรจะมีโครงสร้างของร่างกายแข็งแรง กระดูกและกล้ามเนื้อเจริญเติบโตสมส่วนแต่ไม่มีไขมันสะสมหรืออ้วนมากเกินไปการจัดการในระยะเป็ดรุ่น ประกอบด้วย
             - การควบคุมน้ำหนักตัว
             - การควบคุมปริมาณอาหารที่กิน
             - การควบคุมแสงสว่าง
 
 
 
 
                                                                                                                                                                                                                                                  แหล่งที่มา : sites.google.com