งูบอลไพธอน (Ball Python)

งูบอลไพธอน (Ball Python)

  สาระน่ารู้  - วิธีเลี้ยง(สัตว์เลื้อยคลาน)

  • 05 Aug, 2020
  •  adminmoo
  •  500

งูบอลไพธอน      

            ตลาดสัตว์ในกลุ่มเอ็กโซติก เพ็ท (Exotic Pet) หรือกลุ่มสัตว์แปลก ที่ขึ้นแท่นได้รับความนิยมในปัจจุบันเมื่อจำแนกเป็นชนิดต่างๆ พบว่าชนิดสัตว์เลื้อยคลาน งูเป็นสัตว์เลี้ยงที่ได้รับความนิยมสูงสุด โดยเฉพาะงูหลามบอล หรือที่นิยมเรียกว่า งูบอลไพธอน (Ball Python) ซึ่งเป็นงูในวงศ์งูหลาม งูเหลือม ชนิดหนึ่ง มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Python regiusมีถิ่นกำเนิดจากทวีปแอฟริกา พบตั้งแต่แอฟริกากลางไปจนถึงแอฟริกาตะวันตก โดยปกติแล้วงูบอลไพธอนมักจะใช้ชีวิตอยู่บนพื้นดินมากกว่าบนต้นไม้

          งูบอลไพธอนถูกนำมาเพาะพันธุ์ เพื่อเป็นสัตว์เลี้ยงมานานพอสมควรแล้ว เนื่องจากนิสัยที่ไม่ก้าวร้าว นอกจากนี้ ยังมีสีสันและลวดลายสวยงาม อีกทั้งยังมีขนาดไม่ใหญ่เมื่อเทียบกับงูในกลุ่ม Python ชนิดอื่นๆ ในยุโรปมักจะเรียกงูชนิดนี้ว่า Royal Python ในขณะที่ทางฝั่งอเมริกาจะเรียกว่า Ball Python ซึ่งในเมืองไทยก็เรียกชื่อเดียวกับอเมริกา

“งูบอลไพธอน เป็นงูหลามที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก ขนาดใหญ่ที่สุดของพันธุ์นี้ ยาว 1.50 เมตร อุปนิสัยไม่ก้าวร้าว ไม่เป็นอันตราย ขี้อาย” งูบอลไพธอน มีสีมากถึง 40 สี และยังผสมได้ลวดลายหรือสีที่แตกต่างออกไปอีกตลอดเวลา

          การดูเพศงู แม้จะไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องอาศัยความชำนาญ เพราะไม่สามารถดูด้วยตาเปล่า ซึ่งการเช็กเพศงู มี 2 วิธี คือ กดบริเวณทวาร มีความถูกต้อง 80 เปอร์เซ็นต์ และการใช้อุปกรณ์ตรวจสอบเพศ ที่มีความถูกต้อง 100 เปอร์เซ็นต์ส่วนการผสมพันธุ์ในงูบอลไพธอน ต้องให้เพศเมียมีอายุไม่ต่ำกว่า 3 ปี ส่วนเพศผู้ เริ่มผสมได้เมื่ออายุเพียง 1 ปีครึ่ง

 
 

           ในการผสมพันธุ์ ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงนำงูเพศผู้ไปไว้ในที่อยู่ของงูเพศเมีย สังเกตพฤติกรรมงู หากใช้หางตวัดรัดกัน นั่นหมายถึง มีการผสมพันธุ์เกิดขึ้นแล้ว ให้ปล่อยทิ้งไว้ด้วยกัน 1-2 วัน จากนั้นนำงูเพศผู้แยกออกแต่การผสมพันธุ์ในงูบอลไพธอน มีฤดูที่เหมาะสมคือ ฤดูหนาว ในประเทศไทยจะเป็นปลายปีและต้นปีหลังจากนำงูเพศผู้ออกจากเพศเมียแล้ว ให้สังเกตงูเพศเมีย หากมีพฤติกรรมเปลี่ยน หยุดกิน นั่นหมายถึง งูเริ่มตั้งท้องแล้ว

“หลังจากผสมที่งูเพศผู้ฉีดน้ำเชื้อเข้าไปในงูเพศเมียแล้ว งูเพศเมียจะกินอาหารไปเรื่อยๆ จนรู้สึกว่าร่างกายมีความสมบูรณ์เพียงพอสำหรับการตั้งท้อง จึงจะหยุดกินและเริ่มสร้างเปลือกไข่ภายในท้อง ระยะเวลาหลังการผสมจนถึงร่างกายงูเพศเมียความสมบูรณ์เพียงพอ ไม่สามารถกำหนดได้ อาจจะ 1 เดือน หรือ 3 เดือน หรือ 6 เดือน หรือ 1 ปี ก็เป็นไปได้หมด ขึ้นกับแม่งูตัวนั้นๆ เพราะงูเพศเมียจะเก็บสเปิร์มของงูเพศผู้ไว้ได้นาน ก่อนจะปล่อยออกมาผสมเมื่อร่างกายสมบูรณ์”

ดังนั้น จึงกำหนดไม่ได้ว่า หลังการผสมจะได้ลูกงูเมื่อไรแต่เมื่อร่างกายแม่งูสมบูรณ์ เกิดการผสมและสร้างเปลือกไข่แล้ว อีก 30 วัน งูจะเริ่มวางไข่ ใช้เวลาวางไข่ระยะห่างต่อฟอง 30 นาที หลังจากวางไข่แล้วเฉลี่ย 60 วัน ไข่จะฟักเป็นตัวขึ้นกับอุณหภูมิ การฟักไข่งู จำเป็นต้องให้ไข่นิ่งมากที่สุด ไม่ควรขยับ แม้ตามธรรมชาติงูจะฟักไข่ได้เอง แต่คุณอาทิตย์เลือกนำไข่งูเข้าตู้ฟัก ซึ่งเป็นตู้ฟักสำหรับสัตว์เลื้อยคลานที่ไม่ต้องการการกลับไข่เหมือนสัตว์ปีก โดยอุณหภูมิภายในตู้ฟักที่เหมาะสม คือ 31.5-32.5 องศาเซลเซียส จำนวนไข่ที่งูบอลไพธอนให้ได้ อยู่ที่ 1-14 ฟอง ซึ่งก่อนนำเข้าตู้ฟักต้องส่องดูเชื้อ เช่นเดียวกับการฟักไข่ของสัตว์ชนิดอื่นเมื่องลูกงูฟักออกจากไข่ แรกเกิดถึง 10 วัน ยังไม่ต้องการอาหาร ลูกงูจะกินไข่แดงที่ติดมากับท้อง จากนั้นจะลอกคราบ หลังการลอกคราบครั้งแรก ต้องเริ่มให้อาหารกับลูกงู อายุ 10 วัน เป็นลูกหนูไซซ์เล็กที่เพิ่งเริ่มเดินอาหารสำหรับงูบอลไพธอน ที่ผู้เลี้ยงสามารถให้ได้และมีสารอาหารที่งูต้องการครบคือ หนู โดยจำเป็นต้องทำให้หนูเหมือนมีชีวิต งูจึงจะฉกกิน

 

การเลี้ยงงูบอลไพธอน

             ต้องให้หนูที่มีลักษณะเหมือนมีชีวิต แต่ไม่ให้หนูที่มีชีวิต เพราะเกี่ยวเนื่องกับความรู้สึกของผู้เลี้ยง และหนูมีชีวิตอาจมีเชื้อโรคที่แฝงมา ทั้งยังมีโอกาสทำร้ายงูให้บาดเจ็บได้ ดังนั้น จึงเลือกใช้หนูแช่แข็ง เมื่อถึงเวลาให้อาหารงู จะทำให้หนูแช่แข็งมีความอุ่น แล้วใช้อุปกรณ์คีบหนูให้ขยับไปมาบริเวณด้านหน้าเป็นการล่อเสมือนหนูมีชีวิต เมื่องูฉกไปแล้ว เขาจะกินไปเอง ปริมาณหนูและความถี่ในการให้อาหาร ขึ้นกับอายุของงู โดยให้คำนวณปริมาณหนู 15-20 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัวงู เช่น งูหนัก 100 กรัม ควรให้หนูน้ำหนัก 20 กรัม เป็นต้น ส่วนความถี่หากงูไซซ์เล็ก 5-7 วัน ต่อครั้ง ไซซ์งูใหญ่ ความถี่ก็ห่างออกไปเรื่อยๆ ขณะที่งูไซซ์ใหญ่ก็อาจให้อาหารเดือนละครั้งเท่านั้น และธรรมชาติของงูชนิดนี้ อาจหยุดกินอาหารไปหลายเดือน โดยไม่เป็นอะไร หากงูรู้สึกว่าร่างกายสมบูรณ์แล้วจะหยุดกินอาหาร ซึ่งอาการนี้เกิดขึ้นในงูที่มีอายุ 1 ปีขึ้นไป

งูต้องการกินน้ำเหมือนสัตว์ชนิดอื่น ภายในที่อยู่อาศัยจะมีถ้วยสำหรับใส่น้ำไว้ให้ และเปลี่ยนเมื่อเห็นว่าเริ่มสกปรก

 

ที่อยู่อาศัยของงู

เป็นเพียงกล่องสี่เหลี่ยมที่เจาะรู และงูไม่สามารถออกได้ และควรมีขนาดความยาวรอบกล่อง 4 ด้าน มากกว่าความยาวของตัวงู 2-3 เท่าตัว จึงจะเหมาะสม

                            

 

                                                                                          แหล่งที่มา : technologychaoban.com