เต่าเรดฟุต (Chelonoidis carbonaria)

เต่าเรดฟุต (Chelonoidis carbonaria)

  สาระน่ารู้  - วิธีเลี้ยง(สัตว์เลื้อยคลาน)

  • 02 Aug, 2020
  •  adminmoo
  •  189

เต่าเรดฟุต (Chelonoidis carbonaria)

 
หนึ่งในเต่าที่เป็นที่นิยมเลี้ยงที่สุดในอเมริกาก็คือเจ้าเต่าเร้ดฟุตแห่งอเมริกาใต้นี่เอง เต่าเร้ดฟุตหาซื้อง่าย และมีเป็นเต่าที่ขนาดไม่ใหญ่มากจนเกินไปทำให้รับมือกับการเลี้ยงไม่ยาก และมันยังมีสีที่จัดจ้านบนหัวและขาของมัน มันเป็นเต่าที่เกิดมาในสภาพอากาศกลางๆ ทำให้มันสามารถปรับตัวได้กับสภาพอากาศหลายรูปแบบในที่เลี้ยง เต่าเร้ดฟุตนั้นราคาไม่แพง และรวมกับนิสัยขี้สงสัยชอบเดินของมัน ทำให้มันมักจะเป็นตัวเลือกแรกๆของผู้เลี้ยงเต่าบกมือใหม่
 
 
 

การหาซื้อเต่าเรดฟุต

 
เต่าเร้ดฟุตนั้นสามารถเพาะพันธ์กันได้อย่างหลากหลายทั่วอเมริกา โดยเฉพาะแถบภูมิประเทศชื้นอย่างรัฐทางตอนใต้ ซึ่งสามารถเลี้ยง outdoor ได้ตลอดทั้งปี ลูกเต่าเกิดใหม่นั้นสามารถหาซื้อได้หลายช่องทางมาก ทั้งร้านขายสัตว์เลี้ยง งานสัตว์เลื้อยคลาน และซื้อได้โดยตรงจากผู้เพาะพันธ์ุ
เต่าเร้ดฟุตนั้นยังถูกนำเข้าเต่าป่าอีกด้วยจากประเทศซูรินาม และกายอานา มีการเพาะพันธ์กันมากมายในประเทศแถบอเมริกาใต้ มันจะถูกส่งออกเมื่อวัดความยาวได้มากกว่า 4นิ้ว ส่วนใหญ่เต่าจากฟาร์มจะมีกระดองเป็นเหลี่ยมพีระมิด ซึ่งต่างจากในป่าที่กระดองจะเรียบ เพราะกฎหมาย 4 นิ้วของอเมริกา ทำให้เข้าใจได้ทันทีว่าเต่าที่เล็กกว่า 4 นิ้วนั้นคือลูกเพาะในประเทศทุกตัว
 
 

ขนาดของเต่าเรดฟุต

 
เต่าเร้ดฟุตแรกเกิดจะมีกระดองยาวขนาด 1 นิ้วครึ่ง ถึง 2 นิ้ว อัตราการเติบโตนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย โดยหลักๆจะอยู่ที่อาหารและอุณหภูมิที่มันได้รับ
เต่าเร้ดฟุตไซส์โตแล้วจะมีขนาดประมาณ 11 ถึง 14 นิ้ว แต่ก็มีนอกเหนือจากนี้บ้าง เต่าเร้ดฟุตตัวหนึ่งของผู้เขียน เริ่มวางไข่ในขนาด 9 นิ้ว แม้ว่าส่วนใหญ่เต่าตัวเมียจะเริ่มวางไข่เมื่อมีขนาด 11 ถึง 12 นิ้ว เหมือนเต่าบกทั่วไป เต่าเร้ดฟุตจะโตไวใน 10 ปีแรก หลังจากนั้นจะค่อยๆโตอย่างช้าๆ
 
 
 

ช่วงอายุของเต่าเรดฟุต

 
ช่วงอายุของเต่าเร้ดฟุตนั้นค่อนข้างหลากหลายขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย แต่ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ 50 ปี ในเต่าที่อยู่ในที่เลี้ยงอย่างถูกต้องเหมาะสมตามแบบธรรมชาติ และปราศจากนักล่า จะมีอายุยืนยาวกว่าเต่าที่เลี้ยงแบบไม่ตามธรรมชาติ
 
 
 

สถานที่เลี้ยงเต่าเรดฟุ้ต

 
คอกเลี้ยงเต่าเร้ดฟุตนั้นควรมีกำพงที่แข็งแรงและสูงกว่า 16 นิ้วจากพื้นดิน และต้องฝังลึกลงไปในดินเล็กน้อยด้วย เพื่อป้องกันเต่าขุด เต่าเร้ดฟุตไม่ใช่เต่าที่ชอบขุดรู ดังนั้นไม่ต้องกังวลเรื่องการขุดมากนัก กำแพงหรือรั้วที่สามารถมองลอดออกไปได้นั้นไม่ควรใช้ เพราะเต่าจะพยายามหรือออกจากคอกถ้ามันมองออกไปเห็นพื้นที่ข้างนอก
ลูกเต่านั้นสามารถเลี้ยง indoor ได้ ถ้าอากาศข้างนอกนั้นเกินกว่าที่มันจะสามารถทนได้ การเลี้ยง outdoor ก็ต้องดูว่าอุณหภูมินั้นอยู่ในช่วงที่เต่าสามารถทนได้ คนส่วนใหญ่มักจะเลี้ยงเต่าเร้ดฟุต indoor ในช่วงอายุแรกๆของมัน พาชนะเลี้ยงเต่าที่เหมาะที่สุดคือ กล่องพลาสติกใหญ่ๆ หรือโต๊ะเลี้ยงเต่าสำเร็จรูปซึ่งสามารถซื้อจากร้านค้าหรือสร้างเองก็ได้ พาชนะเลี้ยงนั้นไม่สำคัญมากเท่าการตกแต่งที่เลี้ยง โดยเฉพาะเรื่องของวัสดุรองพื้น แสงไฟ อุณหภูมิ ทางลานชัน และของตกแต่งคอกอื่น ในช่วงฤดูหนาวสามารถนำเต่ามาเลี้ยง indoor ในโรงรถได้ ซึ่งที่เลี้ยงนี้ต้องมีการให้ความอบอุ่นที่เพียงพอตลอดระยะเวลาที่จะเลี้ยง indoor
มากกว่านั้นควรให้เต่าได้รับความชื้นที่พอดีในที่เลี้ยง สามารถเพิ่มโซนชื้นให้ลูกเต่าที่เลี้ยง indoor ได้เพื่อให้มันได้รับความชื้นบ้าง เหมือนเวลาที่มันเกิดตามธรรมชาติ การให้มันได้รับความชื้นนั้นจะช่วยทำให้กระดองมันเรียบ และทำให้เต่าได้รับน้ำอีกด้วย เต่าที่ถูกเลี้ยงแบบขาดความชื้นจะขาดน้ำบ่อยๆ และทรงกระดองจะนูนขึ้นตามระยะเวลาที่มันโตขึ้น
วัสดุรองพื้นหลายชนิดสามารถนำมาใช้ในที่เลี้ยงindoorได้ ในเต่าทุกขนาดนั้นเปลือกไม้เหมาะมากที่จะใช้เป็นวัสดุรอง มันดูดซับความชื้นได้ดี ปลอดภัย และราคาถูก วัสดุอื่นเช่นขรุยมะพร้าวหรือพีทมอสนั้นก็ใช้ได้ดี ส่วนการเลี้ยง outdoor นั้นไม่จำเป็นต้องมีวัสดุรองพื้นอะไร แค่พื้นดินเปล่าที่ปราศจากสารเคมีหรือปุ๋ยก็เพียงพอแล้ว ผู้เขียนยังใส่หินแผ่นเข้าไปในคกอด้วย เพื่อลับคมเล็บของเต่าและเป็นพื้นที่สะอาดสำหรับวางอาหารและเป็นพื้นที่สะอาดสำหรับวางอาหาร
 
 
 

แสงและอุณหภูมิสำหรับเต่าเรดฟุต

 
เต่าเร้ดฟุตที่เลี้ยง outdoor นั้นทนทานต่อสภาพอากาศได้หลากหลายมาก สภาพอากาศที่ร้อนจะไม่ค่อยเป็นปัญหาสำหรับมัน ถ้ามีโซนร่มรื่นให้มัน เพื่อให้มันหลบแดดหรือแช่น้ำและขับถ่าย
ผู้เขียนเลี้ยงเต่าเร้กฟุต outdoor ไว้ที่ลาสเวกัสในอุณหภูมิที่สูงถึง 46 องศา บ่อยครั้ง ซึ่งก็ยังไม่มีเต่าที่ตายจากความร้อน จำไว้ว่าเต่าเร้ดฟุตของผู้เขียนนั้น มีการให้น้ำฉีดในคอกหลายๆครั้งใน 1 วัน ในโซนที่ต้องการให้มีความชื้น ซึ่งโซนนั้นจะมีที่บังแดดกว่า 80 %
โดยสายพันธ์ของเต่าเร้ดฟุต มันสามารถทนหนาวได้ถึง 7 องศาอย่างไม่มีปัญหา แต่ในช่วงเวลากลางคืนที่อุณหภูมิต่ำกว่า 10 องศา ควรมีที่หลบที่อบอุ่นให้กับเต่า ซึ่งในที่หลบนั้นควรมีอุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 16 องศา (จะให้ดีก็ควรอยู่ที่ 21 องศาขึ้นไป) หรือไม่ก็นำเต่ามาเลี้ยง indoor ในช่วงเวลาที่หนาวแบบนั้น เต่าเร้ดฟุตสามารถเลี้ยง outdoor ได้ตลอดทั้งปี ในบางพื้นที่ของประเทศที่อาจหนาวถึง -7 องศาในตอนกลางคืน (เช่น ลาสเวกัส) แต่ก็ต้องมีการตรวจดูสุขภาพเต่าทุกวัน เพื่อให้แน่ใจว่ามันได้ได้รับความอบอุ่นในแต่ละวันอย่างเพียงพอ และไม่ได้เผลอหลับกลางแจ้งในเวลากลางคืน จนรับลมหนาวเกินพอดี
อุณหภูมิในการเลี้ยง indoor ควรอยู่ในอุณหภูมิห้องปกติที่ 20 ถึง 27 องศา และควรมีโซนอาบแดดให้มัน ซึ่งเป็นโซนที่เปิดแสงร้อนทั้งคืน โดยโซนดังกล่าวควรมีอุณหภูมิประมาณ 32 องศา ในขณะที่หลายคนอาจจจะคิดว่าจำเป็นต้องใช้แสงUVB แต่ผู้เขียนก็มีหลอดUVBไว้ช่วยในการย่อยอาหารและนำแคลเซียมมาใช้ การติดไฟไว้ข้างบนเหนือหัวจะไม่ทำให้เกิดผลกะทบต่อดวงตาตามที่หลายคนเชื่อ ควรเปิดไฟไว้ 12 ถึง 14 ชั่วโมงต่อวัน หรือใช้หลอดแสงนุ่มนวลตลอด 24 ชั่วโมงเหนือบริเวณกล่องหลบ (hide box) ก็ได้ (สามารถใช้ทั้งแบบโคมไฟหรือแผ่นเพิ่มความร้อนไว้ใต้hide boxแบบใดแบบหนึ่งก็ได้) การใช้ตัวตั้งเวลาช่วยก็เหมาะที่จะช่วยให้การได้รับแสงเป็นไปตามเวลาแน่นอนและง่ายต่อการควบคุม
เต่าเร้ดฟุตเป็นเต่าที่พบในหลายสภาพพื้นที่มาก ไม่ว่าจะเป็นป่าหรือทุ่งหญ้า ซึ่งล้วนแต่มีความชื้นและอุณหภูมิกลางๆ เต่าเร้ดฟุตสามารถทนความชื้นได้ดีมากเมื่อโตขึ้น จึงควรเลี้ยงเต่าเล็กให้ได้รับความชื้นบ้าง กระดองจะได้โตอย่างแข็งแรงในช่วงอายุแรกๆ
เต่าเร้ดฟุตจะไม่จำศีลแต่มันจะเชื่องช้ากว่าปกติในช่วงฤดูหนาว ในเต่าที่โตแล้วร่างกายของมันสามารถทนอากาศที่หนาวกว่า 7 องศาในกลางคืนได้ ถ้ามันได้รับความร้อนที่สูงกว่า 21 องศาในตอนกลางวัน ในขณะที่ความร้อนที่สูงกว่า 38 องศา เต่าก็ยังทนได้อีกเช่นกัน ถ้ามีพื้นที่ให้มันได้หลบแดด ความชื้นไม่ใช่ปัญหาในอากาศที่ร้อน แต่ในคืนที่มีอากาศหนาวควรทำให้ร่างกายของมันแห้ง
 
 

อาหารของเต่าเรดฟุต

 
เต่าเร้ดฟุตเป็นเต่านักกิน และไม่ค่อยจะหยุดกินระหว่างมื้อสักเท่าไหร่ ในเต่าไซส์ใหญ่ ผู้เขียนผสมอาหารหลากหลายให้มันกิน ไม่ว่าจะเป็น ผัก ผลไม้ ดอกไม้ และใบไม้ มันยังชอบใบหม่อน ใบองุ่น ใบชบา และดอกไม้อีกด้วย มันชอบกินมาซูริเหมือนเต่าบกชนิดอื่นๆ การมีมาซูริติดไว้ในตู้จึงเป็นเรื่องดี ในกรณีที่คุณไม่สามารถหาพืชผักใบเขียวได้ อีกทั้งมาซูริยังมีสารอาหารที่ดี มันคลอบคลุมสารอาหารบางอย่างที่อาจจะไม่มีในอาหารปกติได้
ผู้เขียนยังให้ผักผสม (ส่วนมากสำหรับลูกเต่า) ซึ่งประกอบไปด้วบใบผักหลายชนิด เช่น หัวผักกาด และผักกาดหอม รวมถึงใบกระพองเพชรเสมาที่เป็นอาหารหลักชนิดหนึ่งของเต่าที่ผู้เขียนเลี้ยง ความหลากหลายนั้นสำคัญมาก
ก็เป็นเรื่องจริงที่ว่าเต่าเร้ดฟุตนั้นต้องการโปรตีนจากอาหารมากกว่าเต่าสายพันธ์อื่น ผู้เขียนจะไม่ให้อาหารโปรตีนสูงโดยตรง แต่เต่าก็ยังพอได้กินไส้เดือนที่อยู่ในคอกของมันบ้าง ผู้เลี้ยงบางคนก็มีการให้ หนอนนก หนอนแว๊กซ์ หรือไส้เดือน หรือแม้แต่ลูกหนูก็ยังมีผู้เลี้ยงบางคนให้มันกินเพื่อเป็นแหล่งโปรตีน มาซูรินั้นเป็นอาหารเสริมที่มีโปรตีนสูงกว่าอาหารปกติที่เต่าบกกิน ดังนั้นการที่ผู้เขียนให้เต่าเร้ดฟุตกินมาซูริ จึงคิดว่ามันได้รับโปรตีนที่เพียงพอแล้ว
ควรวางอาหารให้บนพื้นหญ้า หรือหินแผ่น หรือในถาด (ข้อแนะนำ – ถาดอาหารสีอ่อนจะอุณหภูมิต่ำกว่าเมื่อโดนแสงอาทิตย์ตรงๆ ทำให้อาหารที่วางในถาดไม่แห้งอย่างรวดเร็ว) เพื่อป้องกันไม่ให้เต่าเผลอกินดิน หินเข้าไป ดังนั้นอย่าให้อาหารบนพื้นดินตรงๆ เต่าเร้ดฟุตเป็นนักเล็ม มันจะชิมพืชทุกชนิดในคอกของมัน ผู้เขียนจะปลูกต้นชบา ต้นปาล์ม และพุ่มไม้พุ่มหญ้าไว้ในคอก เพื่อให้เป็นแหล่งอาหารสามารถผลิตออกมาได้เรื่อยๆ
 

 

น้ำกับเต่าเรดฟุต

 
ควรมีถาดน้ำหรือบ่อน้ำเล็กๆ ให้เต่าเร้ดฟุตในที่เลี้ยง ผู้เขียนใช้ถาดน้ำตื้นๆ ที่ทำจากกระเบื้องเคลือบเพื่อให้การทำความสะอาดเป็นไปอย่างง่าย ควรทำความสะอาดเป็นประจำ เพราะเต่าบกเมื่อมันแช่น้ำจะถ่ายของเสียออกมาในน้ำ ผู้เขียนใส่ถาดน้ำในที่เลี้ยงเต่าเร้ดฟุตตลอดทั้งปี แม้ว่ามันจะไม่ค่อยใช้ในช่วงฤดูหนาว ผู้เขียนยังทำหลุมดินเหนียวไว้ให้เต่า เป็นที่นอนคลายร้อนในหน้าร้อนอีกด้วย
เมื่อเลี้ยงเต่าเร้ดฟุต indoor ควรใช้ถาดน้ำที่ใส่น้ำได้ตื้นๆ แต่ก็ต้องทำความสะอาดบ่อยๆ เวลาที่เต่าแช่น้ำมันจะขับถ่ายออกมาในเวลาเดียวกัน ในเต่าแรกเกิดและเต่าเด็กจะต้องการน้ำบ่อยกว่าเต่าใหญ่ ดังนั้นจึงวรจับมันแช่น้ำอุ่นตื้นๆ อาทิตย์ละ 1 ถึง 2 ครั้ง ครั้งละ 15 ถึง 30 นาที เพื่อให้มันได้รับน้ำอย่างเต็มที่ ซึ่งจะช่วยให้ที่เลี้ยงสะอาด นี่เป็นวิธีที่เรียกว่า “การบังคับให้น้ำ” ซึ่งได้ผลดีมากในการทำให้เต่าไม่ขาดน้ำ
 
 
 

สุขภาพของเต่าเรดฟุต

 
การเลือกซื้อเต่าที่ดีที่สุด ควรเลือกตัวที่ตื่นตัว แอคทีฟ ตาใสและสะอาด หรือไม่ก็ซื้อจากร้านค้าที่มีชื่อเสียง และอย่างน้อยก็ควรมีประกันหลังการรับสัตว์ เต่าชนิดนี้ก็สามารถป่วยด้วยโรคทั่วไปของสัตว์เลื้อยคลานได้ โดยเฉพาะโรคการติดเชื้อในทางเดินหายใจและโรคปรสิตในกรณีของเต่าป่าที่นำเข้ามา
เต่าเร้ดฟุตมีโอกาสเป็นโรคติดเชื้อในทางเดินหายใจ ถ้ามันอยู่ในอากาศหนาวและชื้นเป็นระยะเวลานาน จะสามารถสังเกตได้จากฟองน้ำมูก หรืออาการหายใจติดขัด หรือเสียงคัดจมูกเวลาเต่าหายใจ ในขั้นตอนรักษาเบื้องต้น ควรให้มันได้กกอุณหภูมิที่สูงกว่าปกติ และลดความชื้นเป็นเวลา 1 ถึง 2 อาทิตย์ แต่ถ้ามันป่วยถึงขั้นที่ มีฟองในจมูกหรือน้ำลายฟูมมากแล้ว ควรพาไปพบสัตวแพทย์
 
 
 

การอุ้มถือเต่าเรดฟุต

 
อาจจะต่างกับที่คนขายบอกกับคุณ เพราะเต่าบกนั้นไม่ควรจะจับขึ้นมาถือ พวกมันเครียดง่ายมากจากการถูกอุ้ม ถือมากเกินไป และเด็กๆที่ถือเต่ามักจะโยนมันทิ้งเพราะตกใจ ซึ่งปัจจัยความเครียดนั้นอาจส่งผลให้เต่าหยุดทำกิจกรรมต่างๆและสุขภาพแย่ลง ส่วนในเต่าใหญ่นั้นจะทนต่อการจับและการอุ้ม แต่ก็ควรอุ้มเต่าทุกชนิดอย่างระมัดระวัง ไม่ควรจับมันพลิกหงายท้อง หรือหยุดมันไม่ให้เดิน ควรจะปล่อยให้มันเดินไปตามทางของมัน โดยเฉพาะเต่าวัยรุ่น ส่วนเต่าใหญ่นั้นจะทนไม้ทนมือได้ดีกว่า
 
 
แหล่งที่มา :FB.Chonburi Exotics