เรื่องควรรู้ก่อนเพาะพันธุ์สุนัขขาย

เรื่องควรรู้ก่อนเพาะพันธุ์สุนัขขาย

  สาระน่ารู้  - วิธีเลี้ยง(สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม)

  • 03 Aug, 2020
  •  adminmoo
  •  234

เรื่องควรรู้ก่อนเพาะพันธุ์สุนัขขาย

1.สายพันธุ์สุนัขที่ดี โดยการคัดเลือกสายพันธุ์ที่ดีมาเลี้ยง
2.การจัดการที่ดี การดูแลสุนัขให้มีสุขภาพแข็งแรง ปราศจากความเครียดต่างๆ
3.การป้องกันโรคที่ดี ฟาร์มต้องมีสุขาภิบาลที่ดีและป้องกันโรคที่ร้ายแรงของสุนัขด้วย โดยมีโปรแกรมฉีดวัคซีนที่เหมาะสมและสม่ำเสมอ

การผสมพันธุ์สุนัข

การผสมพันธุ์สุนัขให้ประสบความสำเร็จ ผู้เลี้ยงจะต้องรู้จักธรรมชาติของสุนัขในแง่มุมต่างๆ ซึ่งประกอบด้วย

  ลักษณะของสุนัข

สุนัขตัวผู้

      สุนัขตัวผู้จะโตเป็นหนุ่มเมื่ออายุได้ 6 เดือน หรือเมื่ออัณฑะสุนัขลงถุงแล้ว ก็สามารถผสมพันธุ์ได้ แต่สุนัขจะสมบูรณ์เมื่ออายุประมาณ 9-12 เดือน ถ้าผู้เลี้ยงไม่ต้องการให้สุนัขผสมพันธุ์ ก็ควรจะทำหมันเสีย

สำหรับสุนัขที่ไม่ทำหมัน มักจะมีนิสัยก้าวร้าว ชอบกัดกัน วิ่งไล่รถมีพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศ เช่น ชอบขี่ขาคน หรือขึ้นขี่เด็กๆ เห่าหอน เป็นต้น

 สุนัขตัวเมีย

สุนัขจะเข้าสู่ระยะเป็นสาวและเริ่มเป็นสัดครั้งแรกเมื่ออายุแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับขนาดของพันธุ์และการจัดการ แต่โดยเฉลี่ยจะมีสัดครั้งแรกประมาณ 6-24 เดือนหรือมากกว่า สุนัขเป็นสัดเฉลี่ยปีละ 2 ครั้ง

2. วงจรการเป็นสัดของสุนัข

วงจรการเป็นสัดของสุนัข สามารถแบ่งได้เป็น 4 ระยะ คือ

1.ระยะก่อนสัด (PRO-OESTRUS) ระยะนี้โดยเฉลี่ยใช้เวลา 9 วัน อาการที่บ่งบอก ได้แก่ ปากช่องคลอดเริ่มบวมขึ้น มีน้ำเมือกใสข้นไหลออกมา บางทีอาจไม่พบเมือกเพราะแม่สุนัขกินหมด สุนัขถ่ายปัสสาวะ

บ่อย แต่มีน้ำปัสสาวะน้อยและมีการปล่อยสาร PHEROMONES ดังนั้น จะเริ่มพบว่ามีสุนัขเพศผู้มาติดพัน

2.ระยะสัด (OESTRUS) เป็นระยะที่นับจากการที่สุนัขตัวเมียยืนนิ่งยอมให้ตัวผู้ผสม จนถึงระยะที่ตัวเมียไม่ยอมให้ตัวผู้ผสม โดยเฉลี่ยใช้เวลา 9 วัน เป็นระยะที่มีการตกไข่มากจากรังไข่ ดังนั้นผู้เลี้ยงจะต้อง

เช็คระยะนี้ให้ถูกต้องแม่นยำเพื่อการเพาะพันธุ์ลูกสุนัข

3.ระยะหลังสัด (METOESTRUS) ระยะนี้ใช้เวลา 90 วัน ท้องเทียมมักเกิดในช่วงดังกล่าว

4.ระยะพัก (ANOESTRUS) เป็นระยะที่รังไข่หยุดกิจกรรม จากระยะหลังสัดถึงระยะพักเฉลี่ยแล้วประมาณ 4-6 เดือน การที่ผู้เลี้ยงสุนัขเข้าใจวงจรการเป็นสัดของสุนัข จะช่วยให้ผู้เลี้ยงประสบความสำเร็จใน

การเพาะพันธุ์ได้ง่ายขึ้น

3. การตั้งท้อง

      สุนัขมีระยะเวลาการตั้งท้องประมาณ 55-64 วัน และจะสามารถตรวจได้เมื่อตั้งท้อง 4-6 อาทิตย์ โดยการคลำตรวจหรือการเอ๊กซเรย์ในวันที่ 45 ของการตั้งท้อง หรืออาจสังเกตจากอวัยวะเพศ

การดูแลสัตว์ในช่วงท้อง มีตั้งแต่การให้อาหาร โดยในช่วงเดือนแรกของการตั้งท้องผู้เลี้ยงควรให้ปริมาณปกติ เมื่อท้องได้ 5 สัปดาห์ ปรับปริมาณอาหารที่ให้พลังงานเพิ่มอีก 20-30% โดยเฉพาะตับ ไข่ นม

หรืออาหารที่มีโปรตีนในช่วงท้ายของการตั้งท้องและช่วงให้นม เพราะลูกจะได้รับอาหารที่แม่สะสมไว้ แม่หมาจะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นในช่วงเดือนหลัง เมื่อน้ำหนักเพิ่มควรให้ปริมาณอาหารเพิ่มด้วย เน้นพวก

โปรตีน ในสุนัขพันธุ์เล็กที่กินอาหารน้อยอยู่แล้ว ควรเพิ่มปริมาณอาหารที่มีไขมันปน เพื่อจะได้รับพลังงานด้วยอย่าให้อาหารมากเกินไป เพราะถ้าสุนัขอ้วนแล้วจะทำให้คลอดลำบาก ควรให้แม่สุนัขออกกำลัง

กายพอสมควร เพื่อให้กล้ามเนื้อแข็งแรง การให้เดินออกกำลังกายก็เพียงพอแล้ว

4. ความผิดปกติหลังการคลอด

      มักจะไม่เกิดกับสุนัขที่เจ้าของให้อาหารอย่างถูกต้องและเลี้ยงดูอย่างถูกวิธี ปัญหาที่มักพบหลังคลอด ได้แก่ รกค้างมดลูกเข้าอู่ไม่สมบูรณ์ มดลูกอักเสบ ไม่มีน้ำนม เต้านมอักเสบ และอาการชักเนื่องจากขาด

แคลเซียม

ปัญหาที่เกี่ยวกับการให้นม

      การให้นมลูกของแม่สุนัขขึ้นอยู่กับปัจจัยดังต่อไปนี้ ได้แก่ พันธุกรรม สุขภาพปัจจุบัน โปรแกรมการให้อาหาร ปัญหาเรื่องการให้นม ประกอบด้วย ภาวะไม่มีน้ำนม เต้านมบวมน้ำ เต้านมอักเสบ เพราะฉะนั้น การ

คัดเลือกประวัติแม่สุนัขที่มีสุขภาพแข็งแรง การให้อาหารที่สมดุลย์ จะช่วยลดปัญหาภาวะไม่มีน้ำนมได้

      ภาวะไม่มีน้ำนมนั้น เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงภาวะความผิดปกติของการให้นมของแม่สุนัข สาเหตุส่วนใหญ่มาจากความผิดปกติของฮอร์โมน หรือความผิดปกติของต่อมน้ำนม ดังนั้น เมื่อเกิดปัญหาที่เกี่ยวกับน้ำนม ผู้

เลี้ยงควรจะรีบพาสุนัขไปพบสัตว์แพทย์โดยเร็วที่สุด เพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริง เพราะภาวะผิดปกติเช่นนี้จะไม่เพียงแต่จะมีผลกับแม่สุนัขเท่านั้น หากยังส่งผลต่อลูกสุนัขอีกด้วย

แหล่งที่มา : pet.kapook.com